ดวงตา เป็นประสาทสัมผัสด้านการมองเห็นที่สำคัญมากของมนุษย์ และทุกคนก็ต่างพากันดูแลเอาใส่ใจกับดวงตากันเป็นอย่างดี แต่บางคนก็ยังมีความเชื่อผิด ๆ ที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมาตั้งแต่โบราณ ในเรื่อง ความเชื่อเกี่ยวกับดวงตา ว่าไม่ควรทำสิ่งนั้นกับดวงตาของเรานะ แล้วสิ่งที่เราได้ยินมานั้น จะเป็นจริงแค่ไหน ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันดีกว่าค่ะ แล้วความเชื่อที่ได้ยินมาจะมีอะไรบ้าง ที่เราอาจจะกำลังเข้าใจผิดอยู่ ? มาเช็คกันให้รู้เลยว่าเป็นจริงหรือเท็จกันแน่ ตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพทางตาที่ได้ยินกันบ่อย ๆ

จริงหรือเท็จ ? กับ 8 ความเชื่อเกี่ยวกับดวงตา
กับ 8 ความเชื่อเกี่ยวกับดวงตา

ความเชื่อที่ 1: สายตาเสียได้เมื่อนั่งใกล้โทรทัศน์มากเกินไป

เมื่อยังเป็นเด็ก คุณอาจถูกเตือนว่าการนั่งใกล้โทรทัศน์มากเกินไปทำลายสายตา แต่ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิด แท้จริงแล้ว การนั่งดูโทรทัศน์ใกล้ๆ ไม่ได้ทำร้ายดวงตา แต่ดวงตาอาจเกิดความล้า เมื่อดูโทรทัศน์เป็นเวลานานเกินไป หรืออาจทำให้คุณรู้สึกปวดหัวได้ การใช้คอมพิวเตอร์ และการดูภาพยนต์สามมิติ ก็ส่งผลต่อดวงตาได้ในลักษณะเดียวกัน หากคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยง การใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ได้ ควรพักสายตาเป็นบางช่วงขณะทำงาน

จริงหรือเท็จ ? กับ 8 ความเชื่อเกี่ยวกับดวงตา

ความเชื่อที่ 2: การอ่านหนังสือในที่มืดทำให้สายตาเสีย

พ่อแม่หลายคนห้ามไม่ให้ลูกอ่านหนังสือในที่มีแสงสลัว เนื่องจากกลัวว่าจะส่งผลเสียต่อสายตา แต่แท้จริงแล้ว การอ่านหนังสือในที่มีแสงสลัวนั้นไม่ได้ส่งผลเสียต่อดวงตา เพียงแค่ทำให้อ่านได้ยากมากขึ้น คนในอดีตใช้แสงเทียนและแสงตะเกียง ในการอ่านหนังสือและทำงานมานับร้อยปี ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ให้ความสว่างน้อยกว่าไฟฟ้าในปัจจุบัน แต่สายตาของพวกเขาก็ไม่เสีย อย่างไรก็ตาม แสงสว่างที่ดีช่วยป้องกันความอ่อนล้าของดวงตา และทำให้อ่านหนังสือได้ง่ายขึ้น

จริงหรือเท็จ ? กับ 8 ความเชื่อเกี่ยวกับดวงตา

ความเชื่อที่ 3: การใส่แว่นตาทำให้ต้องใส่ไปตลอด

แว่นตาช่วยปรับสายตาที่มองเห็นไม่ชัดเจนได้ การสวมแว่นตาช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ดวงตาของคุณต้องพึ่งพาแว่นตาไปตลอด เพราะแว่นตาไม่ได้ปรับเปลี่ยนส่วนใดของดวงตา แท้จริงแล้วเป็นที่ผู้สวมใส่เอง ที่เคยชินกับการมองเห็นที่ชัดเจนเมื่อสวมแว่น เช่นเดียวกันการสวมแว่นตาที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพสายตา ก็ไม่ได้ทำลายสายตา คุณแค่จะไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน หากสวมแว่นตาที่ไม่เหมาะสม

ความเชื่อที่ 4 : การบริหารดวงตาช่วยให้เราไม่ต้องใส่แว่นตาก่อนวัยอันควร?

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า การบริหารดวงตาอาจช่วยให้สุขภาพตาแข็งแรง ทำให้ไม่เสียสายตาและต้องสวมแว่นก่อนวัยอันควร ซึ่งความจริงแล้วการบริหารดวงตาไม่ได้ช่วยพัฒนาหรือถนอมสายตาของเรา รวมทั้งไม่ได้ทำให้สุขภาพตาแข็งแรงจนไม่ต้องสวมแว่นตา เพราะการมองเห็นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รูปทรงของลูกตา สุขภาพเนื้อเยื้อในดวงตา ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบริหารดวงตาแต่อย่างใด

ความเชื่อที่ 5: ใส่ ๆ ถอด ๆ แว่น จะทำให้สายตาสั้นขึ้น

สายตาสั้น ยาว เอียงนั้น ขึ้นกับความสมดุลของลูกตา ระหว่างความโค้งกระจกตา เลนส์แก้วตา และความยาวของลูกตา ดังนั้นการใส่แว่นตา ก็เพื่อให้แสงที่ตกไม่ตรงจุดรับภาพ เลื่อนไปตกที่จุดรับภาพ และเพื่อให้ภาพคมชัดขึ้นนั่นเอง โดยสรุปก็คือ การใส่ ๆ ถอด ๆ แว่น ไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้สายตาสั้นขึ้น

ความเชื่อที่ 6: สายตาสั้นแต่ไม่ใส่แว่น จะทำให้สายตาจะสั้นขึ้นอีก

การใส่แว่นหรือไม่ใส่แว่น ไม่ได้มีผลทำให้สายตาสั้นมากขึ้น แต่ส่วนมากจะเป็นความเชื่อผิด ๆ มากกว่า เพราะปกติแล้วสายตาจะมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งอายุราว ๆ 25 ปี สายตาจึงจะเริ่มคงที่หรือเพิ่มขึ้นไม่มาก ส่วนการที่ใส่แว่นสายตาสั้น ที่เกินกว่าค่าสายตาจริงเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้สายตาสั้นมากขึ้นได้ โดยมักเกิดในเด็กและเกิดเพียงชั่วคราวเท่านั้น

จริงหรือเท็จ ? กับ 8 ความเชื่อเกี่ยวกับดวงตา

ความเชื่อที่ 7: คนขีดเส้นไม่ตรง เขียนหนังสือไม่ตรงบรรทัด เป็นคนสายตาเอียง?

ผลของการขีดเส้น การวาดภาพ การถอยรถเข้าจอด ถ้าไม่ตรงตามต้องการจะโทษว่าเป็นเพราะสายตาเอียงอย่างเดียวก็คง ไม่ถูกนัก เพราะทักษะเหล่านี้คือการใช้มือสัมพันธ์กับดวงตา (Eye-Hand Coordination) โดยตาเป็นตัวรับข้อมูล แล้วส่งข้อมูลไปยังสมองเพื่อประมวลผลและบังคับให้กล้ามเนื้อแขนไปถึงมือขยับไปตามสมองสั่งอย่างถูกต้อง แม้คนที่สายตาดีก็อาจจะมีปัญหานี้ได้ถ้าการประสานงานของ ตา สมอง และมือไม่ดีพอ การฝึกฝนบ่อย ๆ จะช่วยให้พัฒนาขึ้นได้

จริงหรือเท็จ ? กับ 8 ความเชื่อเกี่ยวกับดวงตา

ความเชื่อที่ 8: คนตาเหล่ หรือตาเข คือคนที่มีสายตาเอียง?

มีคนจำนวนมากเรียกอาการที่ตาทั้งสองข้างไม่สามัคคีกัน คือมองไม่ตรงไปทางเดียวกันว่า “ตาเอียง” ซึ่ง ไม่ถูกต้อง เพราะความผิดปกติเช่นนี้ เรียกว่า “ตาเหล่” หรือ “ตาเข” เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาที่บังคับให้ตามองไปยังทิศทางต่าง ๆ ซ้าย ขวา บน ล่าง ไม่ใช่โครงสร้างความโค้งของกระจกตาหรือเลนส์แก้วตา

สำหรับปัญหาสายตาเอียง (Astigmatism หรือ Cylinder) เป็นสายตาผิดปกติที่เกิดจากโครงสร้างลูกตาประเภทหนึ่ง นอกเหนือจากสายตาสั้น (Myopia) และสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia หรือ Hypermetropia) โดยผู้ที่มีสายตาผิดปกติอาจมีสายตาเอียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักพบร่วมกับสายตาสั้นหรือสายตายาว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับความเชื่อผิด ๆ ที่เราเคยได้ยินมาตั้งแต่โบราณ และในวันนี้เราก็ได้หาคำตอบมาให้คุณได้หายข้องใจกันแล้ว หวังว่าคุณจะหันกลับมาดูแลดวงตาของคุณอย่างถูกหลักอนามัย เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอ ทานวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันดวงตาจากแสงแดด ไม่สูบบุหรี่ ลดการกินแอลกอฮอล์ลง และมั่นไปตรวจสุขภาพตาอย่างเป็นประจำ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีดวงตาที่สุขภาพดีและ ห่างไกลโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสายตาแล้วล่ะคะ

หลังจากอ่านบทความนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คราวนี้หันมาดูทางด้าน หนอนกระทู้ลายจุด กันบ้างเพราะมันเป็นศัตรูพืชตัวฉกาจของข้าวโพด ที่ชาวเกษตรกรควรรู้!!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ : ส่อง 10 พิกัด ทริปทะเลใกล้กรุงเทพ ที่แม้วันหยุดสั้น ๆ ก็เที่ยวได้!!