เปิดทริปตะลุย “ประเทศออสเตรีย” ดินแดนแห่งขุนเขา

รู้หรือไม่ว่า “ประเทศออสเตรีย” เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในยุโรปกลาง โดยประมาณ 60% ของสภาพภูมิประเทศของประเทศออสเตรียมีลักษณะเป็นภูเขาและเนินเขา ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็น “ดินแดนแห่งขุนเขา” แต่ถึงอย่างไรออสเตรียก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย และถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวกันเป็นอย่างมาก วันนี้เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน โดยจะมีที่ไหนกันบ้างไปดูกันเลยค่ะ

เปิดทริปตะลุย “ประเทศออสเตรีย” ดินแดนแห่งขุนเขา

1.Hallstatt

เมืองฮัลล์ทัทท์ (Hallstatt)เมืองที่ได้ชื่อว่า เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ออสเตรีย (Austria) โดยเมืองฮัลล์ทัทท์นั้น อยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria) ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐ ของประเทศออสเตรียนั่นเองฮัลล์ทัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ทัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ ซี (Hallstatter See) ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย สำหรับความโดดเด่นของเมืองนั้น สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ก็คือความเป็นเมืองชนบทเล็ก ๆ ที่มีอากาศแสนบริสุทธิ์ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเดินทางมาพักผ่อนตากอากาศ และชมทัศนียภาพสวย ๆ ของตัวเมืองที่ถูกโอบล้มไปด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูงตระหง่าน นอกจากนี้แล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังสามารถเดินทางไปชมเหมืองเกลือโบราณที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี โดยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้า เพื่อไปยังเหมืองเกลือที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร หรือใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น สำหรับการเที่ยวชมเหมืองเกลือนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน – เดือนตุลาคมของทุกปี ๆ

Hallstatt

2. The Eisriesenwelt

Eisriesenwelt ice caves ตั้งอยู่ในภูเขา Hochkogel ณ เมือง Werfen ประเทศ ออสเตรีย ความหมายชื่อของถ้ำนี้แปลว่าโลกของน้ำแข็งยักษ์ ”World of the Ice Giants” ซึ่งสมดังคำกล่าวนั้นเลย เพราะถ้ำแห่งนี้ได้ชื่อว่า เป็นถ้ำน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวรวมกว่า 42 กิโลเมตร อะไรจะลึกจะยาวขนาดนั้น ถ้ำน้ำแข็ง Eisriesenwelt ที่ ออสเตรีย นี้ ในช่วงต้นมีกำเนิดเหมือนถ้ำทั่วไป คือ เกิดรอยร้าวเล็กในหินปูนเมื่อกว่า 100 ล้านปี เมื่อช่วงเวลาที่ ภูเขาเกิดการยกตัว จากรอยร้าวเล็กเมื่อถูกขบวนการกัดกร่อนจากน้ำ ปฏิกริยาทางเคมี ทำให้รอยร้าวขยายเป็นถ้ำขนาดใหญ่ และสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำแข็งภายในถ้ำ เนื่องจาก ภายในถ้ำอากาศสามารถเคลื่อนย้ายหมุนเวียนได้ จาก ปลายถ้ำด้านล่างมีทางเข้าของอากาศ และปลายถ้ำอีกด้านที่อยู่ในระดับสูงระบายอากาศออก ในช่วงท้ายของ ศตวรรษที่ 19 มีเพียงเหล่าพรานป่าเท่านั้นที่รู้จักถ้ำแห่งนี้ จนกระทั่งในปี 1879 นักธรรมชาติวิทยา นามว่า Anton Posselt ได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบถ้ำแห่งนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อเขาได้ นำผลงานการค้นพบและสำรวจของเขาตีพิมพ์ใน Mountaineering และมีคนรู้จักและไปเยี่ยมเยือน ถ้ำน้ำแข็ง Eisriesenwelt ที่ ออสเตรีย มาจนถึงปัจจุบัน

The Eisriesenwelt

3. The Great Ocean Road

The Great Ocean Road ถนนสายยาวที่เลียบชายฝั่งทะเลของเมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะนอกจากจะสามารถเดินทางมาชมวิวทิวทัศน์ นั่งมองวิวทะเลได้อย่างกว้างไกลสุดสายตาแล้ว ยังสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดกันแบบเต็มที่อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดจะเดินทางมาเช็คอินกันสักครั้ง

The Great Ocean Road

4. Whitehaven Beach

Whitehaven Beach ตั้งอยู่บนเกาะวิทซันเดย์ (Whitsunday Island) ในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้รับการยอมรับว่ามีเม็ดทรายที่ขาวที่สุดในโลก บนหาดแห่งนี้มีการรักษาสภาพแวดล้อมและอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างมาก บนหาดไม่มีรีสอร์ท ร้านค้า หรือแม้แต่ห้องน้ำ สิ่งก่อสร้างใด ๆ เลย หาดแห่งนี้ยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ทรายขาวละเอียดประกอบด้วยซิลิกามากถึง 98% ขึ้นชื่อว่าเป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายขาวที่สุดในโลก สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ก็คือ เนื้อของเม็ดทรายมีลักษณะพิเศษไม่เก็บความร้อน เราสามารถเดินเท้าเปล่าได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องกลัวร้อนเลย แต่เม็ดทรายนี้มีความแข็งสูงมาก สามารถทำให้เกิดความเสียหายกับกล้อง โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้ ความพิเศษของทรายนี้ทำให้  NASA เอาทรายที่นี่ไปผลิตเป็นชิ้นส่วนของกระจกในยานอวกาศอีกด้วย

Whitehaven Beach

5. Sydney Opera House

ที่เที่ยวออสเตรเลียอย่าง ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ เป็นสัญลักษณ์อันสำคัญของออสเตรเลียที่ควรไปเช็คอินด้วยตัวเองสักครั้งเป็นอย่างมาก โดยโอเปร่าเฮาส์แห่งนี้เป็นโรงละครที่มีการออกแบบด้วยรูปร่างสวยงามสะดุดตา จนทำให้กลายเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ภาคภูมิใจของชาวออสเตรเลีย และเป็นแลนด์มาร์กที่มีนักท่องเที่ยวเที่ยวแวะเวียนมาเก็บภาพและเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน ซึ่งภายในประกอบไปด้วยโรงละครย่อย ๆ มากมาย อีกทั้งยังมีร้านอาหารภัตตาคาร ร้านกาแฟ และบาร์หลายอีกหลายแห่งอีกเช่นกัน

Sydney Opera House

6. Taronga Zoo

Taronga Zoo เป็นสวนสัตว์ที่เรียกได้ว่าเป็นที่เที่ยวออสเตรเลียสุดฮิตสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะน้อง ๆ หนู ๆ ที่ชื่นชอบความน่ารักของสัตว์น้อยต่าง ๆ โดยภายในมีสัตว์มากกว่า 4,000 ตัว ซึ่งไฮไลท์เด็ดของสวนสัตว์แห่งนี้ก็คือ เจ้าหมีโคอาลาและจิงโจ้ ที่นับว่าเป็นพระเอกและสัญลักษณ์ที่สำคัญของออสเตรเลียเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีสัตว์สายพันธุ์แปลก ๆ จำนวนมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น หมีหมา จระเข้น้ำจืด และสิงโตแอฟริกา เป็นต้น โดยกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การให้อาหารสัตว์และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับน้อง ๆ อย่างใกล้ชิดนั่นเอง

Taronga Zoo

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวประเทศออสเตรียทั้ง 6 แห่ง ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน หากเพื่อน ๆ คนไหนที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศออสเตรีย บอกเลยว่าห้ามพลาดที่จะไปเยือนเป็นอันขาด

บทความน่าสนใจกับ 10 วิธีการบริหาร “ร้านแฟรนไชส์” อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ และ รวม 10 ประโยชน์ดี ๆ ของผลไม้ตระกลูเบอร์รี่ ที่คุณไม่ควรพลาด!